♥Welcome to blogger Miss.petcharat pudas♥

วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2556



ครั้งที่ 9

วันนี้ทางสาขาปฐมวัยได้จัดกิกจกรรมโครงการ กายงาม ใจดี ศรี

ปฐมวัย อาจารย์จึงได้ให้นักศึกษาไปเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ซึ่งดิฉันได้รำ

ในงานนี้ด้วย

มารยาท เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกทางกาย วาจา ที่สะท้อนออก

มาจากจิตใจ  เป็นข้อปฏิบัติของบุคคลที่แสดงต่อผู้อื่นเพื่อการอยู่

ร่วมกันอย่างสงบสุข มารยาท เป็นระเบียบแบบแผนการประพฤติที่ดี

งามอันแสดงถึงพฤติกรรมที่สุภาพเรียบร้อย ละมุนละไมทั้งทางกาย 

วาจาโดยมีใจเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมให้แสดงออกได้อย่างเหมาะ

สม เป็นองค์ประกอบย่อยของวัฒนธรรมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ

ที่สมควรจะถ่ายทอดสืบต่อไป มารยาทไทยเป็นกิริยามารยาทที่

 คนไทยได้สร้างสรรค์ให้เหมาะกับลักษณะนิสัยของคนไทยและ

สภาพแวดล้อมของประเทศไทย ดังนั้น กิริยามารยาทในแต่ละท่า

แต่ละแบบต่างๆงดงามและถูกต้องตามหลักของกายวิภาคและมีความ

ทันสมัยอยู่ตลอดกาล






ครั้งที่ 8 

อยู่ในช่วงสอบกลางภาค อาจารย์ได้สั่งงานให้นักศึกษาได้ร่างงานประดิษฐ์ของเล่นเกี่ยวกับวิทยาศาสร์ทั้งของเล่นเข้ามุม และการ
ทดลอง เพื่อส่งในอาทิตย์หน้า

ครั้งที่ 7

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

การเรียนเเบบโครงการ (Project Approach)






การเรียนการสอนแบบโครงการ  (  Project  Approach  )  ได้นำ
แนวคิดของ  John  Dewey  มาประยุกต์เป็นรูปแบบการเรียนการ
สอน  โดยมีหลักสำคัญคือ  การพัฒนาเด็กสามารถทำได้ด้วยกา
รให้เด็กเป็นผู้รู้จักแสวงหาความรู้  ความร่วมมือและการมีปฏิสัมพันธ์
กับผู้อื่น  เพื่อค้นคว้าหาคำตอบในเรื่องที่ตนเองสนใจ  เด็กสามารถ
สร้างการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ในตัวเด็กเอง
                โครงการการคือ  การสืบค้นหาข้อมูลอย่างลุ่มลึก  ตาม
หัวข้อเรื่องที่เด็กสนใจ  เน้นให้เด็กกระทำอาจเป็นรายบุคคลหรือราย
กล่มก็ได้  ดครงการนั้นจะต้องประกอิบด้วยทฤษฏีและหหลักการ  มี
การดำเนินงานเป็นขั้น  ๆ  โดยใช้วิชาหลาย  ๆ  วิชาที่เกี่ยวข้องมา
บรูณาการ  เพื่อให้เกิดการเรียนรู้  ระยะเวลาทำโครงการขึ้นอยู่กับ
เรื่องที่เด็กสนใจ  
กระบวนการ
                โครงการถือเป็นการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยความหมาย 
 เหมาะกับพัฒนาการเด็ก  เป็นการศึกษาอย่างลุ่มลึกในช่วงเวลาที่
สามารถได้ตามความสนใจของเด็ก  โดยมีกิจกรรมหลักในการทำ
โครงการดังนี้
1.กิจกรรมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในชั้นเรียน  เป็นกิจกรรมที่
เด็กจะใช้ตั้งแต่เริ่มดครงการจนสิ้นสุดโครงการ  เพื่อแสดงความคิด
เห็นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันแก้ปัญหาด้วยกัน
2.กิจกรรมทัศนศึกษา  เป็นกิจกรรมที่เน้นให้เด็กได้สัมผัส  รับรู้  
สังเกตและมีปฏิสัมพันธ์  จากสิ่งที่ปรากฏด้วยตัวเอง  ณ  สถานที่จริง 
3.กิจกรรมสืบค้น  เป็นกิจกรรมที่เด็กจะต้องทำการค้นคว้าเพื่อหา
ข้อความรู้ที่ตนเองต้องการ  อาจมาจากหนังสือ  บุคคล  สถานที่  
Internet  ด้วยการอ่าน  สอบถาม  สนทนา  เพื่อให้ได้ข้อมูลลุ่มลึก
สามารถนำมาสนับสนุนโครงการให้บรรลุเป้าหมาย
4. กิจกรรมนำเสนอผลงาน  ซึ่งอาจนำเสนอโดยการอธิบาย  บรรยาย
หรือจัดแสดง  เมื่อสิ้นสุดโครงการ  เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรู้
ความเข้าใจในสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้จากโครงก

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556


ครั้งที่ 6

การทดลอง เรื่อง ลูกโป่งไฟฟ้า

อุปกรณ์ 1. ผ้าขนสัตว์หรือถุงเท้า
              
              2. เศษกระดาษ

               3. ลูกโป่ง


วิธีทำ

1. เป่าลูกโป่งแล้วผูกให้แน่น ถูลูกโป่งด้วยผ้าขนสัตว์ เช่นถุงมือ หรือถุงเท้าก็ได้

2. ถือลูกโป่งจ่อเหนือเศษกระดาษเล็กๆ แล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้น
     เมื่อเกิดไฟฟ้าสถิตบนพื้นผิว การถูลูกโป่งด้วยผ้าขนสัตว์ทำให้เกิดการสะสมประจุไฟฟ้า เรียกว่าไฟฟ้าสถิต โดยอนุภาคเล็กๆ เรียกว่าอิเล็กตรอนจะถ่ายเทจาผ้าขนสัตว์ไปให้ประจุลบแก่ลูกโป่ง ประจุลบนี้จึงดึงดูดประจุบวกในกระดาษและแรงดึงดูดมากพอที่จะดูดกระดาษเล็กขึ้นมา
ต่อมาจะเป็นของเล่น 

เป่าเพลงกันเถอะ
อุปกรณ์ 1.หลอดดูด 20 หลอด 2. กระดาษแข็ง ขนาด 10 X 10  3. กรรไกร 4. เทปกาวสองหน้า 5. กาว

วิธีทำ
1. ติดเทปกาวสองหน้า 2 ชิ้นบนกรดาษแข็งที่ขอบตรงข้ามกันให้

ยาวตลอดความยาวของกระดาษแข็ง ลอกกระดาษรองเทปกาวออก


2. ติดหลอดบนกระดาษแข็งโดยให้พาดทับแถบกาวทั้งด้านบน และด้านล่างหลอดติดเรียงกันให้ปลายหลอดเลยออกมาพ้นขอบกระดาษเป็นแนวเดียวกัน

3. ตัดด้านล่างของหลอดออกเป็นแนวทะแยง กะให้หลอดแรกยาวประมาณ 10 ซม. และหลอดสุดท้ายยาวเต็มที่

วิธีการเล่น ถือขลุ่ยหลอดให้ด้านบนหลอดอยู่ใกล้ริมฝีปากล่าง เป่าตลอดแนวบนเพื่อทำเสียง
สรุป ยิ่งเป่าแรงการสั่นสะเทือนยิ่งมากเสียงจึงยิ่งดัง หลอดสั้นจะให้เสียงสูง









ครั้งที่ 5



วันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาออกไปนำเสนองาน ของประดิษฐ์ที่เกี่ยว

กับวิทยาศาสตร์ ซึ่งของฉันได้ทำ



ลูกโป่งเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเกี่ยวกับแรงดันอากาศ

อุปกรณ์ 1. ลูกโป่ง    2.  หลอดกาแฟ  3. เข็ม  4. ตะเกียบ

วิธีทำ

นำหลอดกาแฟที่พันสก๊อตเทปไว้ตรงกลาง เสียบเข้าไปในลูกโป่งพัน

หนังสติ๊กไว้ให้แน่นพอสมควร อีกส่วนหนึ่งคือตะเกียบพันข้างบนด้วย

เข็มเพื่อทำแกน เอาเข็มเสียบเข้าไปในหลอด บิดปากหลอดให้เป็นรูป

ตัวเอว เป่าลมเข้าไปในลูกโป่ง

การทดลอง การที่หลอดหมุนเป็นวงกลมได้เพราะแรงดันของอากาศ

 เมื่อปล่อยให้ลมไหลออกจากลูกโป่งทำให้เกิดแรงดันอากาศส่งผล

ให้หลอดหมุนได้จาก




ครั้งที่ 4

     วันนี้อาจารย์ได้นำกล้องของเล่นที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

จากนั้นอาจารย์ก็ได้เปิด CD เรื่อง มหัศจรรย์ของน้ำ ให้นักศึกษาดู

ก็จะมีการทดลอง โดยเอาผลไม้ไปปั่นแล้วบีบดูว่ามีน้ำอยู่ในผลไม้

หรือไม่ อย่างไร สรุป สิ่งต่างๆที่อยู่บนโลกนี้ล้วนมีน้ำเป็น

ส่วนประกอบ ซึ่งมนุษย์จะมีน้ำอยู่ในร่างกาย 70%

ส่วนผักผลไม้จะมีอยู่ 90%

คุณสมบัติของน้ำ

ของแข็ง

ของเหลว

แก๊ส

โดยการทดลองก็คือ ต้มน้ำแข็งจนเดือด จนกลายเป็นของเหลว ถ้า

เราต้มต่อไปก็จะมีไอขึ้นมา จากนั้นเอาจานที่มีน้ำแข็งไปวางไว้ข้าง

บน น้ำแข็งถูกไอน้ำจึงกลายเป็นหยดน้ำ (การควบแน่น)

ต่อมาเป็นการทดลอง แครอทลอยน้ำ ใส่น้ำลงไปในแก้ว จากนั้นใส่

เกลือลงไป ซึ่งเกลือจะมีน้ำหนักจึงมีโมเลกุลมากกว่า จึงมีแรงดัน

แครอทให้ลอยน้ำได้

ต่อมาเป็นการทดลองเกี่ยวกับแรงกดดันของน้ำ เราจะใส่น้ำเข้าไปใน

ขวดหนึ่งใบแล้วเจาะรูสามระดับเรียงกันลงมา ลองปิดรู เพื่อทำการ

ทดลองจะเห็นได้ว่าน้ำที่อยู่ด้านล่างสุดมีแรงกดดันมากสุดเพราะมี

แรงน้ำจากข้างบนกด สรุป แรงกดดันของน้ำ ขึ้นอยู่กับระดับน้ำ ยิ่ง

ลึกมาก ยิ่งมีแรงกัดดันมาก



วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ครั้งที่ 3


    อาจารย์ได้สรุปเนื้อหาจากที่เรียนในสัปดาห์ก่อนหน้านี้